พลอย พลอยพรรณ ตกใจปนขำ น้องพูม่า ปากเจ่อ รีบพาไปส่งโรงพยาบาล

พลอย พลอยพรรณ ตกใจปนขำ น้องพูม่า ปากเจ่อ รีบพาไปส่งโรงพยาบาล

คุณแม่สุดสตรองอย่าง พลอย พลอยพรรณ อดีตภรรยาของ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ตกใจแต่เช้า หลังจากที่จู่ ๆ ก็พบว่าลูกชายคนเล็ก น้องพูม่า ที่มีอาการ ปากเจ่อ แต่เช้า จนแม่ พลอย ต้องรีบพาลูกชายไปส่งโรงพยาบาล โดย พลอย ได้โพสต์ภาพไว้ในอินสตาแกรมส่วนตัวในภาพแรกว่า “ระหว่างทางไปโรงพยาบาล มาเดาๆกันเล่นๆดีกว่าว่าเจ้าพม่าไปโดนตัวอะไรกัดมา… #pumacorp”

หลังจากที่ พลอย ได้พา น้องพูม่า ไปหาหมอแล้วนั้น 

ก็ได้ออกมาอัปเดตอาการลูกชายผ่านอินสตาแกรมอีกครั้งว่า “ประกาศตามล่าไอ้ยุงเวร!!! เจาะปากเข้าซะลึกเลย นอกจากแกจะทำลูกชั้นหน้าเป็นนกแก้วแล้ว แกยังทำชั้นเสียตังค์ 1300 ค่าหมอกับค่ายา ประกันเค้าไม่จ่ายนะโว้ยยยย!!! ขอบคุณทุกท่านสำหรับความเป็นห่วงเป็นใยนะฮะ ขำกันได้นะเพราะแม่ก็แอบขำเหมือนกัน 555 ส่วนตอนนี้ได้ยามาทาแล้ว ไม่เกินช่วงบ่ายน่าจะยุบหมด #คืนนี้จะต้องมีนกแก้วบางตัวนอนในมุ้งแน่ๆ #ทำเอาซะตื่นเต้นกันแต่เช้าเลอ #pumacorp @pumac.d”

AleXa ไอดอลสาวอดีตผู้เข้าแข่งขันรายการ Produce 48 ได้เปิดใจในรายการ K-Pop Daebak Show ที่จัดโดย Eric Nam เกี่ยวกับการเหยียดสีผิวที่เธอพบเจอขณะที่เติบโตในสหรัฐอเมริกา ในฐานะ เด็กสองเชื้อชาติ เกาหลี-รัสเซีย พร้อมตอบคำถามทุกประเภทรวมถึงอัลบั้มล่าสุดของเธอด้วย!

คุณเติบโตขึ้นมาเป็นอย่างไรบ้าง ? ขณะที่แม่ของคุณเป็นคนเกาหลี พ่อของคุณเป็นคนรัสเซีย เป็นลูกครึ่งผิวขาว-เอเชีย ในรัฐโอคลาโฮมา คนอื่นมองว่าคุณเป็น “Asian Girl” หรือ “Hapa” หรือเปล่า ?

“นั่นเป็นคำถามที่น่าสนใจมาก เพราะวิธีที่ผู้คนมองฉันมันเปลี่ยนไปอย่างแน่นอนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฉันอาศัยอยู่ในทัลซาโอคลาโฮมา และฉันถูกเหยียดผิวอยู่ไม่น้อย ฉันถูกมองว่าเป็นคนเอเชียที่อาศัยอยู่ที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นคนข้างถนนหรือคนที่เข้ามาในที่ทำงานของฉัน ฉันจำได้ว่าฉันลาออกจากที่ทำงานเพราะเจ้านายของฉันคอยแสดงความคิดเห็นเหยียดผิวเอเชียอยู่ตลอดเวลา การพูดใส่ร้ายเกี่ยวกับดวงตาของฉันเป็นเรื่องตลก และฉันก็แบบว่า “ฮ่าฮ่าฮ่า คุณตลกมากฉันเลิกแล้ว ลาก่อน”

จากนั้นเธอก็เปิดเผยว่า ความคิดเห็นดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลต่อเธอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเพื่อนสมาชิกในครอบครัวด้วย พ่อบอกมีครั้งนึง เขาพาฉันไปซุปเปอร์มาร์เก็ตตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก จากนั้นก็มีหญิงชราคนหนึ่งเข้ามาหาและพูดว่า “โอ้นั่นลูกของคุณเหรอ ?” และเขาก็ตอบว่า “ใช่” แล้วเธอก็บอกว่า “อืม คุณไม่รู้หรือว่าการผสมผสานเผ่าพันธุ์เป็นบาป”

จากนั้นเธอก็พูดถึงความเป็น เด็กสองเชื้อชาติ ทำให้เธอค้นหาสถานที่ที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้

“เมื่อโตขึ้น ฉันมีความคุ้นเคยกับความเป็นเอเชียเพิ่มมากขึ้น เพราะนั่นคือลักษณะที่ฉันเป็น แต่ฉันก็ไม่มีความรู้ทางด้านวัฒนธรรม ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง พ่อของฉันเป็นคนอเมริกันผิวขาว ส่วนแม่ของฉันเป็นคนเกาหลี ฉันดูเป็นคนเอเชียมากกว่าคนผิวขาว แต่ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับที่ไหน เพราะฉันไม่มีความรู้ทางวัฒนธรรมกับเกาหลีเลย ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมัน แม่ของฉันก็ไม่รู้อะไรเลย นั่นไม่ใช่ความผิดของเธอ และตอนนั้นฉันยังไม่สามารถเรียนรู้ภาษาหรืออะไรก็ตามเกี่ยวกับวัฒนธรรมเกาหลี ฉันรู้จักแต่อเมริกากลางเท่านั้น”

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ AleXa ได้คัมแบ็คด้วยมินิอัลบั้มชุดที่สองของเธอชื่อ DECOHERENCE และเพลงไตเติ้ล “Revolution”

นิ้ง โศภิดา อวดโฉม ลูก น้อย น้องเจมมี่ พร้อมเผยชีวิตหลังได้มง

กระแสนางงามกำลังมาแรงไม่หยุด ล่าสุด นิ้ง โศภิดา จิระไตรธาร สาวงามจากเวที มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ที่หลังจากหายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง ได้มานั่งพูดคุยอัปเดตชีวิตในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561

หลังจากประกวดมิสยูนิเวิร์สเสร็จนิ้งกลับไปทำงานผู้จัดการแบงก์ แต่เลาออกไปตอนช่วงเดือนธันวาคม ไปทำงานกับแฟน CFO และจะได้มีเวลาให้เขาด้วย

ส่วนเรื่องวงการบันเทิง ตอนนี้นิ้งมีลูกแล้ว กำลังอยู่ในช่วงให้นมลูก ที่รับงานในวงการบันเทิง คือที่รายการ ต้มยำอมรินทร์ เป็นช่วงเวลา 2 ปี ที่ไม่ได้รับงานในวงการบันเทิง ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์เลยค่ะ เพราะเราทำงานที่บ้านด้วย เราไม่จ้างพี่เลี้ยงค่ะ เพราะนิ้งกับ เจได คุณสามี เราตัดสินใจกันตั้งแต่ที่เราแต่งงาน ถ้ามีลูกเราขอช่วยกันเลี้ยงกันสองคน เพราะเราอยากให้ลูกเห็นเราอยู่ด้วยกัน เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งเลยนะคะ เลี้ยงลูกด้วยตัวเองแบบนี้ อยากให้นมลูกคือนมเราเอง 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจะมีคนที่สองไหมของเลี้ยงคนแรกให้ดีที่สุดก่อนค่ะ

เมื่อถูกถามเรื่องการเจอกับสามี นิ้งตอบว่า ตั้งแต่ประกวดเสร็จ เป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์แล้ว นิ้งไปเจอเขาที่โบสถ์ ไม่เคยคุยกัน มาคุยกันอีกครั้งคือใส่แว่นเขาไปแล้ว เป็นลูกค้าเขาไปแล้ว อีกธุรกิจของเขาอีกอย่างหนึ่ง นำเข้าแว่นด้วยค่ะ แล้วเขาก็ IG ไดเรกต์มา เขารู้ว่าเราเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ค่ะ เขาก็ไม่กล้าจีบ เขาก็ชมว่าเราสวยนะ จริงๆ ก็มีใจให้เขานิดหนึ่งตั้งแต่อยู่โบสถ์แล้วค่ะ เขาเป็นคนจีนร้อยเปอร์เซ็นต์แต่อยู่ที่ไทยค่ะ แต่พูดไทยได้นะคะ เพราะเขาอยู่ที่ไทยจริง ๆ”

ขายรถเอาไปซื้อชุดในประกวด เพราะเงินเก็บเราหมดแล้ว นอกจากชุดยังมีค่าช่างแต่งหน้าและอื่น ๆ อีกเยอะ เราเป็นคนทำอะไรทำสุด ทุกอย่างต้องดี เลยตัดสินใจขายรถเพื่อมาช่วยซัพพอร์ตตรงนี้

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป